Eat you up! [53Gio] (Cozart X Giotto)[NC-21][One-Shot]
posted on 15 Feb 2011 00:00 by gio-chanกลับมาหลังจากหายไปเดือนกว่า ฮ่าๆ -// โดนรองเท้า
นี่เป็นฟิคฉลองเทศกาลวาเลนไทน์นะเคอะ ;w; เนื่องด้วนนังจขบ แต่งฟิคยาวไม่ออก มันเลยออกมาเป็นอะไรแบบนี้แทน
สั้นไปขอโทษด้วยนะ TAT.. สุดชีวิตแล้ว -// กราบงามๆ
ใครรู้ตัวว่าอายุเกินตามเรทติ้งข้างต้นเชิญ CTRL+A ได้เลยค่ะ ;w; ~ อุฮิๆ
หมายเหตุ นี่คือนิยายเกี่ยวกับ ชายรักชาย หากว่ารับไม่ได้กรุณาปิดไปเลยนะคะ ^^
Fan-fiction : Eat you up!
Pairing : Cozart X Giotto [Katekyo Hitman Reborn]
Writer : -Teamata- [Muku-Tsuna or Franzz]
Author : Amano Akira
-One Shot-[ตอนเดียวจบ]
NC - 21
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
ความเงียบสงบปกคลุมไปรอบบริเวณห้องส่วนตัวผู้เป็นเจ้าของคฤหาสน์แห่งนี้ มีเพียงเสียงการจารน้ำหมึกลงบนแผ่นกระดาษครั้งแล้วครั้งเล่า กองเอกสารจำนวนมากรายเรียงอยู่บนโต๊ะ วิธีการวางของมันเริ่มแปรเปลี่ยนไปเรื่อยๆ
ทุกคราที่กาลเวลาผันผ่านและเจ้าของโต๊ะทำงานเซ็นเสร็จ จากที่ควรจะเรียงอย่างมีระเบียบ ตอนนี้คับคล้ายคับคลาจะกลายเป็นเขียนแล้วกอง อ่านแล้วก็วาง ดีไม่ดีหากว่าเบื่อหน่ายปนขี้เกียจมากเสียก็ไว้สักแห่งสักที่บนโต๊ะนั่นล่ะ จากนั้นก็เอาแผ่นต่อไปวางทับๆจนลืมไปเลยว่าเอาไว้ตรงไหน เขาจะรู้ได้อย่างไรกันเล่าในเมื่อสายตามันจดจ้องอยู่บนลายลักษณ์ที่แผ่นกระดาษในมือเขาตอนนี้นี่นา?
“..เฮ้อ” เสียงถอนหายใจดังขึ้นเนื่องจากความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อมือ หัวสีอำพันฟูฟ่องฟุบลงกับโต๊ะพลางถอนหายใจซ้ำอีกรอบ นัยเนตรคู่งามเหม่อลอยอย่างเกียจคร้าน ด้ามปากกาในมือหมุนวนไปมาก่อนที่จะถูกปล่อยลงไปบนโต๊ะ ร่างอรชรเอนตัวลงไปพิงกับพนักของเก้าอี้และบิดขี้เกียจและไม่นานนัก อัญมณีสีเบญจมาศก็ค่อยๆปิดลง ความคิดในหัวสมองของร่างเล็กช่างดูไร้สาระ แต่ถ้าหากว่าทุกคนเป็นเขาในตอนนี้ก็ต้องคิดเหมือนกัน
ถึงแม้ว่าเขาจะดำรงตำแหน่งบอสแต่ก็หาใช่ว่าจะเป็นเครื่องจักรสามารถทำงานได้ไม่หยุดหย่อนเสียหน่อย!
“.. จี..เมื่อไรเจ้าจะกลับมาจากลาพักร้อนกัน…” เรียกร้องไปอย่างไร้ความหมาย ทั้งแบบนั้นแล้วก็อยากจะพูดออกไป อยากให้เพื่อนรักกลับมาสักที…หากว่าให้เขากล่าวในฐานะสหาย ทั้งคิดถึง อยากเห็นหน้า อยากพบเจอ อยากคุยด้วย หากว่าให้เขากล่าวในฐานะบอสของวองโกเล่แฟมิลี่ … โปรดรีบๆกลับมาจากสเปนแล้วมาช่วยงานได้แล้ว! และดูเหมือนว่าความแฝงในถ้อยคำที่ถูกเอื้อนเอ่ยออกมาจากกลีบปากสีชมพูระเรื่อนั้นจะเป็นอย่างหลังเสียมากกว่า
ก๊อก.. ก๊อก
เสียงเคาะดังมาจากเบื้องหน้า เป็นเหตุให้นัยเนตรสีอำพันเรืองรองปรือขึ้นอย่างเชื่องช้าพลางเบนสายตาไปทางต้นกำเนิดของเสียงซึ่งมาจากบานประตูของห้อง เมื่อนึกบางสิ่งบางอย่างขึ้นมาได้จึงรีบจัดของบนโต๊ะที่วางระเกะระกะอยู่นั้นให้เรียบร้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ในเวลาอันรวดเร็วพร้อมกับแสร้งจับปากกาขึ้นมาทำเป็นว่าตนเองกำลังทำงานอยู่
“เข้ามาได้” สิ้นเสียงสุนทรบานไม้โอ๊คแก่นั้นก็เลื่อนออก เผยให้เห็นถึงร่างสูงโปร่งมาพร้อมดอกกุหลาบสีแดงสดช่อใหญ่เฉกเช่นเดียวกับสีผม ช่อดอกไม้นั้นใหญ่พอที่จะทำให้ร่างที่นั่งอยู่ที่ทำงานต้องละสายตาออกจากเอกสาร รอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าคมสันพร้อมด้วยเสียงฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี รู้ตัวอีกทีโคซาร์ทก็มายืนอยู่หน้าโต๊ะเสียแล้ว
“…มาหากันไม่คิดจะบอกกล่าวล่วงหน้าเลยหรือ โคซาร์ท.. ว่าแต่นั่น..?” เอ่ยพลางคลี่ยิ้มหวาน ก่อนที่คิ้วเรียวจะเลิกขึ้นเล็กน้อย สายตาทอดมองจับจ้องไปยังสิ่งที่อยู่ในมือของร่างตรงหน้าเขา
“หากว่าบอกเจ้าไปก็ไม่เซอร์ไพรส์น่ะสิ” โคซาร์ทหัวเราะในลำคอ ช่อดอกไม้สีแดงทับทิมสวยถูกยื่นให้ไม่ว่าพลางยังจะส่งยิ้มหล่อเยี่ยงเทพบุตรมาให้อีกต่างหาก ผู้รับสบตาตอบอีกฝ่ายเพียงชั่วขณะ ไม่ทันไรก็ต้องรีบหลุบตาลงต่ำเพราะเกรงว่าดวงหน้าของตนจะแสดงความเขินอายออกมาไปมากกว่านี้
“Buon San Valentino , mio caro [Happy Valentine's Day, my dear] “ มือหนาเชยคางมนเข้ามาใกล้เป็นจังหวะเดียวกับที่ใบหน้าคมคายโน้มลงเข้าหา เสียงทุ้มนุ่มแฝงไปด้วยความอ่อนโยนกระซิบข้างใบหู ถ้อยคำหวานละมุนถูกนำมาเรียกใช้บอกแทนความรู้สึกที่มอบให้กันและกัน ทว่าจีอ็อตโต้กลับเป็นฝ่ายที่ดันร่างตรงหน้าออกอย่างแช่มช้าเป็นเหตุให้ โคซาร์ทต้องชะงักอย่างแปลกใจ
“เดี๋ยว..? ไม่ใช่วันพรุ่งนี้หรอกหรือ?” ทำสีหน้าฉงนด้วยความสงสัย ร่างบางครุ่นคิดอยู่ในใจก่อนที่จะตามมาด้วยเสียงหัวเราะขบขันของคนที่พึ่งถูกดันออกเมื่อครู่
“ฮะๆ ยุ่งอยู่กับธุรการงานจนลืมวันลืมคืนแล้วหรือ แต่สำหรับบอสของวองโกเล่แล้วคงไม่ลืมวันสำคัญเฉกเช่นวัน เซนต์วาเลนไทน์หรอนะ? ”
“.. ไม่ใช่….ไม่สิ. คงจะจริง” หลังจากที่เห็นว่าไม่มีข้อแก้ตัวอีกต่อไปจึงยอมสารภาพแต่โดยดี ความรู้สึกผิดเริ่มครอบคลุมเข้ามาในจิตใจในเมื่อตนเองไม่ได้เตรียมสิ่งใดไว้เลย ความกระวนกระวายเพิ่มขึ้นหนักเป็นเท่าตัวไม่ใช่เพราะภาระจากงานที่ต้องสะสางแต่กลับเป็นเรื่องของขวัญที่จะมอบให้ และมันก็ถูกเดาออกได้โดยง่ายเพราะการเลิ่กลั่กที่ผิดปกติของร่างเล็ก
ลืมกระทั่งวันที่สำคัญที่สุดสำหรับคู่รัก
“เจ้า…ลืม….?” ไม่ต้องอ่านจากนัยน์ตาหรือสีหน้าก็สามารถเดาได้ว่าคำพูดที่เอื้อนเอ่ยออกมาเต็มไปด้วยความน้อยใจ ร่างสูงเสแสร้งทำเป็นตีหน้าหงอย ดวงตาสีไฟกาลหม่นแสงลงอย่างไม่ต้องสงสัยพร้อมๆกับช่อดอกกุหลาบที่ถูกดึงกลับคืน
“อะ…” อัญมณีสียามอรุณรุ่งลับเส้นขอบฟ้าจำต้องเบิกขึ้นเล็กน้อยเมื่อพบว่าสิ่งที่พึ่งจะได้มากลับถูกเรียกหาสู่ผู้ซื้อมาเสียแล้ว พอพยายามที่จะคว้าคืนมาสิ่งที่ต้องการก็เขยิบห่างขึ้น อาจจะเป็นเพราะความสูงที่ห่างกันของจีอ็อตโต้และโคซาร์ท ด้วยจึงทำให้เอื้อมไปไม่ถึง
“ข้าอุตส่าห์ทำช๊อกโกแล็ตมาให้เจ้าด้วย.. แต่ก็นะ.. ไม่ต้องเอาแล้วกัน ” โคซาร์ทหันหลังให้ก่อนที่จะจงใจก้าวขาเดินอย่างเชื่องช้า น้ำเสียงแลดูจะสบายๆแต่สำหรับร่างบางแล้วมันคือปัญหาหนักหนาสาหัสยิ่ง ก็ในเมื่อมาแบบนี้ทีไร เจ้าคนพูดน่ะ
กำลังงอนเขาอยู่เสมอ
“ด..เดี๋ยวสิ!” ลุกขึ้นมาจากเก้าอี้แบบพรวดพราด เอกสารบนโต๊ะปลิวว่อนกระจัดกระจายไม่มีชิ้นดีเนื่องด้วยคนตัวเล็กกระวีกระวาดจนเกินเหตุ มือบางพลั้งเผลอไปปัดป่ายแผ่นกระดาษตอนลุกออกโดยไม่ตั้งใจ ทว่าตอนนี้ไม่ว่างานใดเอกสารไหนธุระอื่นก็คงจะไม่สำคัญเท่ากับตามง้อบุคคลที่ครอบครองหัวใจตนเอง จีอ็อตโต้รั้งข้อมือโคซาร์ทไว้ให้หยุดพลางเงยใบหน้าของตนขึ้นเผชิญกับเนตรสีทับทิมที่กำลังจ้องมองลงมาด้วยความเฉยชาและไม่รู้สึกอะไร
ว่างเปล่า เย็นชา เสียจนคำพูดต่างๆที่จะเอ่ยถูกกลืนหายลงไปในลำคอ
“อะไร?” วาจาแสนเรียบง่ายแต่เป็นดั่งเกาทัณฑ์ทิ่มแทงเข้าไปในใจ ถึงกับทำให้ผู้ถูกจ้องมองต้องชะงักไปเล็กน้อย ถึงกระนั้นแล้วก็ยังทำเป็นใจดีสู้เสือ สบตาตอบอีกคนอย่างไม่เกรงกลัว บางครั้งมันทำให้เขาคิดว่าการง้อใครสักคนมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
“..ข ขอโทษ”
“คิดว่าจะจบรึ?” สวนกลับมาแบบทันควันไม่ปล่อยให้เกินเสี้ยววินาทีล่วงเลยไปเลยแม้แต่นิดเดียว ยิ่งกล่าวเช่นนั้นยิ่งทำให้ความกล้าที่จะง้อต่อร่วงหล่นลงไปกองแทบเท้า ในใจช่างสับสนว้าวุ่นเสียเหลือเกิน ไม่รู้ว่าจะก้าวเดินอย่างไรต่อดี ในเมื่อสิ่งที่เขาได้ก่อไว้มันผิดมหันต์
“เราไม่มีข้อแก้ตัวอะไรทั้งนั้น…” เอ่ยเสียงแผ่วเบา วาจาที่พูดไปนั้นล้วนแต่เป็นสัตย์จริง ก็ในเมื่อเขาไม่มีอะไรจะแก้ตัวนี่นา… คงต้องยอมรับว่ายุ่งอยู่กับกิจงานจนลืม…. บางคราเวลาโคซาร์ทชวนออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกเพื่อหาเวลาพักสมองให้เขา .. เขาก็มักจะปฏิเสธออกไปแล้วให้เหตุผลว่า ‘ยังสะสางงานไม่หมด ’.. หรือยามที่โคซาร์ทแวะเวียนมาหา ทั้งๆที่มีงานยุ่งหรือปัญหาของแฟมิลี่ตัวเองซึ่งยังเคลียร์ไม่เสร็จ แล้วตัวเขาเองทำอะไรล่ะ?.. ก็ยังคงนั่งทำงานปล่อยให้โคซาร์ทนั่งมองเงียบๆ จนเย็นแล้วต้องขอตัวกลับก่อนเพราะถึงเวลา … ยามกาลเวลาผันผ่าน จากวัยเด็กย่างเข้าสู่วัยรุ่นช่วงเวลานั้นเป็นเวลาที่สนุก คำว่า ‘ แฟมิลี่ ‘ ยังคงหมายถึงกลุ่มชนที่มารวมตัวกันเพื่อต่อต้านการรุกรานจากพวกนอกถิ่น ‘ครอบครัว’ ยังเป็นคำที่มีความหมายสำหรับมาเฟียทุกคน … อา ไม่สิ ใจจริงเขาก็ไม่อยากจะเรียกตัวเองว่ามาเฟียนักหรอก.. แต่ทว่าพวกขุนนาง เคหบดีจารึกชื่อของพวกเขาไว้แบบนั้นแล้วมันก็คงจะเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้.. วันเวลาก็ยังคงเดินเรื่อยๆ.. จน เขาและโคซาร์ทโตขึ้นพร้อมกับแฟมิลี่ ทั้งวองโกเล่และชิม่อนกลายเป็นมาเฟียมหาอำนาจ ที่ปกครองอิตาลีและเกาะซิซิลีแถบใต้ทั้งหมด เมื่อผู้คนเยอะขึ้น งานการและกิจก็ตามมา .. ความรักที่มอบให้เพื่อนฝูงได้ค่อยๆถดถอยลง เพราะต่างฝ่ายต่างไม่มีเวลาให้กัน บัดนี้คำว่าแฟมิลี่ก็คงจะเลือนหายไปจากใจใครหลายคน แต่หลายคนก็ยังพยายามให้มันคงอยู่ …
แล้วตอนนี้ล่ะ? .. เรา.. เรายังพยายามคงคำนั้นไว้รึเปล่า
“ยังไงเสีย ถ้าภายในวันนี้เจ้าทำให้ข้าหายโกรธไม่ได้ .. ข้าจะไม่มาให้เจ้าเห็นหน้าสักเดือนนึง” ไม่ทันทีจีอ็อตโต้จะเอ่ยห้ามหรือได้หยุดไว้ คนที่มีแรงเยอะกว่าสะบัดข้อมือตัวเองออกให้หลุดจากพันธนาการแล้วเดินจ้ำอ้าวออกไปจากห้องในทันที
โดยไม่คิดที่จะหันหลังมามองแม้แต่น้อย
“.. ท ทำอย่างไรดีนะ..” เสียงหวานแฝงไปด้วยความกระวนกระวายใจ ร่างอรชรเดินไปทรุดนั่งแหมะลงกับเก้าอี้นวมขนาดพอดีตัวซึ่งตั้งอยู่เยื้องมาทางซ้ายของชั้นหนังสือไม่ห่างกับประตูห้องเขามากนัก แขนเรียวบางวางลงกับที่วางแขนของเก้าอี้พร้อมกับยกมือขึ้นมากุมขมับด้วยความเครียด ..
คิดเร็วเข้า.. คิดเร็ว
“ทำตัวเองไม่ใช่รึไง พรีโม่” แว่วเสียงไม่ทราบที่มาแทบจะทำให้คนถูกขนานนามว่า ‘ พรีโม่ ‘ สะดุ้งโหยงแล้วร้องลั่น โชคทีว่าในอีกชั่วพริบตาเขาก็เจอต้นเสียงซึ่งเป็นร่างสูงโปร่งยืนอยู่หน้าประตูเดียวกันกับที่โคซาร์ทพึ่งจะเดินออกไปเมื่อครู่ จีอ็อตโต้ถอนหายใจอย่างโล่งอกปนเปไปกับการชะงักเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าพูดเอ่ยคือใคร
“อเลาดิ…รบกวนเคาะประ..”
“เรื่องของข้า” เสมือนว่าอ่านใจอีกฝ่ายออก จีอ็อตโต้จึงต้องเป็นฝ่ายเงียบลงก่อนเพราะหากเขาเถียงกับคนตรงหน้าต่อ เรื่องคงถูกต่อความยาวสาวความยืดไม่มีวันจบสิ้นเป็นแน่ นัยเนตรคมกริบดุจเหยี่ยวกราดมองไปยังคนที่นั่งตีสีหน้ากังวลใจก่อนที่จะลงไปนั่งลงที่ฝั่งโซฟาฝั่งตรงข้ามโดยมีโต๊ะกาแฟคั่นกลาง ระยะห่างของเขาและผู้เป็นบอสอยู่ในขั้นกำลังพอดีสำหรับการสนทนา
“ทะเลาะกับหมอนั่นมา? ” ยิงคำถามออกไปแบบตรงประเด็นสมกับเป็นผู้ดูแลนอกแก๊งและผู้พิทักษ์แหวนแห่งเมฆาของวองโกเล่แฟมิลี่ จีอ็อตโต้พยักหน้าน้อยๆแทนคำตอบ อัญมณีสีทองคำดั่งของมีค่าสวยหลุบลงต่ำอย่างสำนึกผิด
“เหอะ .. ทำอะไรผิดพลาดเป็นเด็กอยู่ได้ รู้จักโตเสียที โดนแบบนี้ก็สมควรแล้วละนะ” ยิ่งฟังดังนั้นก็ยิ่งตัวลีบลงเท่ามด เหมือนมีใครสักคนเดินมาเหยียบตัวเองซ้ำยังไม่พอยังจะกระทืบอีกต่างหาก นึกแล้วก็ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่โมโหหรอกนะ
ทว่าหากจะให้ต่อกรทางวาจากับอเลาดิแล้ว ขอผ่านดีกว่า
“คนล้มอย่าข้ามนะรู้ไหม..…”
“ข้าไม่ได้ข้ามแต่ข้าเหยียบ”
… .. เอ่อ
อเลาดิ… ..
เรายังไม่อยากจะมีสงครามประสาทตอนนี้นะ....
“อืม..ขอบคุณ.. “ ตอบรับเสียงแผ่วเบาแกมประชดประชันเล็กน้อย สีหน้าของร่างเล็กแสดงออกถึงความรู้สึกไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับคนตรงหน้าแต่อย่างใด พลันบรรยากาศโดยรอบก็เงียบสงัดเยี่ยงสุสานใหญ่ในป่าช้าก็ไม่เชิง ความอึดอัดเริ่มแทรกซึมเข้ามาเพราะต่างฝ่ายต่างก็ไม่รู้จะเอ่ยอะไร.. ไม่สิ อาจจะเป็นแค่ร่างบางฝ่ายเดียวก็ได้ ใบหน้าหวานหันไปมองตู้หนังสือไม้สีน้ำตาลสว่างสบายตาข้างๆตนพลางปรายตามองหนังสือนานารูปแบบ
หากว่ามีหนังสือที่ชื่อ ‘ ร้อยพันแปดกลยุทธง้อคน ‘ .. ก็คงจะดี
“…!” สายตาต้องรีบละออกจากหนังสือพวกนั้นเพราะว่ามีบางสิ่งบางอย่างกำลังเคาะหัวตัวเองอยู่ พอหันกลับมาก็พบกับกล่องช๊อกโกแล็ตรูปหัวใจที่ถูกตกแต่งอย่างประณีต ดูก็รู้ว่ากล่องลักษณะนี้ถูกออกแบบสำหรับสื่อความรู้สึกพิเศษระหว่างผู้ให้กับผู้รับ ริบบิ้นสีแดงอ่อนหวานแหววผูกไว้อย่างดี บนตัวกล่องเขียนด้วยตัวเขียนแบบรรจงที่ดูแล้วก็เห็นถึงความตั้งใจได้อย่างแน่วแน่ว่า
‘For you only’
“.. อเลาดิ?” คิ้วเรียวเลิกขึ้นด้วยความฉงนพร้อมๆกับนัยน์ตาคู่งามงดที่เบิกขึ้นเล็กน้อยด้วยความสงสัย คนที่ถูกเรียกชื่อไม่ได้ปริปากเอ่ยอะไรตอบกลับมาแต่เดินออกไปจากห้องเสียเฉยๆ!?
หลังจากที่บานประตูไม้ถูกปิดลงไปสักพัก จีอ็อตโต้จึงตัดสินใจค่อยแกะริบบิ้นที่ถูกผูกไว้อยู่ออกอย่างเชื่องช้า มือบางยกฝากล่องออกอย่างเบามือเพราะเขาเองก็เป็นคนรักษาของ ไม่ใช่เป็นคนที่ว่าเจอของขวัญแล้วฉีกกระชากกระดาษห่อกระจุยกระจายไม่มีชิ้นดี ภายในบรรจุมิลค์ช็อกโกแล็ตอยู่สามชิ้นต่างรูปร่างกันไป อันหนึ่งเป็นหน้าราชสีห์ตัวน้อยน่ารัก อีกอันหนึ่งเป็นหน้าเสือโคร่งยิ้มแฉ่งแต่หากพินิจพิจารณาอย่างดีแล้วล้วนเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ ส่วนอันสุดท้ายนั่นเป็นรูปหัวใจแบบเรียบง่ายไม่มีอะไรเป็นพิเศษ
อเลาดิเอ๋ย… เจ้าต้องการสื่อถึงอะไรกันแน่?
ถึงแม้จะตะขิดตะขวงใจบ้างอะไรบ้าง แต่มือเรียวก็หยิบรูปสิงโตน้อยขึ้นมากัดชิมเบาๆ ไม่นานนักรอยยิ้มหวานก็ประดับอยู่บนดวงหน้าสวยเฉกเช่นอิสตรี รสความอร่อยซึมซับเข้าไปในลิ้นร้อน การผสมและเข้ากันของนมและโกโก้ลงตัวอย่างไม่อาจจะเอ่ยคำบรรยายได้ กลิ่นขนมหวานในมือนั้นลอยโชยส่งความหอมไปรอบๆ ประสาทสัมผัสรับรสและกลิ่นกำลังประสานงานกันได้เป็นอย่างดีจนร่างบางอดใจไม่ไหวที่จะต้องกินทั้งสามชิ้นหมดภายในเวลาอันรวดเร็ว สารกระตุ้นบางอย่างในนั้นทำความตึงเครียดผ่อนคลายลง ไม่หงุดหงิด ไม่ว้าวุ่น .สมองปลอดโปร่งในทันทีพร้อมที่จะรับมือกับปัญหาต่างๆต่อไป
คงต้องยกความดีความชอบให้อเลาดิกระมังคราวนี้ที่ทำให้อารมณ์เขาดีขึ้น
คิดได้ดังนั้นแล้วก็นึกไปถึงใครบางคนที่กำลังรอให้เขาไปง้ออยู่ ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อคลี่ยิ้มกว้างพลางยันตัวขึ้นยืนเดินออกไปนอกห้องเพื่อตามหาผู้เป็นที่รักของตน
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
การเดินทางที่ปราศจากเป้าหมายก็เหมือนกับการว่ายน้ำอยู่กลางมหาสมุทรกว้างใหญ่แต่ไม่มีที่ไป ร่างเล็กเริ่มต้นจากจุดที่โคซาร์ทมักจะไปบ่อยๆ หลังจากที่ไตร่ตรองอยู่นานก็เรียบเรียงความคิดทั้งหมดออกมาได้ดังนี้
1.ห้องของเขา
2.บนเตียงของเขา
3.ระเบียงห้องเขา
4ห้องน้ำของห้องเขา…
5..
.. เอ้ะ เดี๋ยวสิ
ไม่ว่าจะที่ไหนยังไงๆมันก็ห้องเขาทั้งนั้น!
ไม่ทันขาดคำขาเรียวได้รูปก็เดินไปยังห้องตัวเองโดยอัตโนมัติหวังว่าจะเจอคนที่เขาตามหาซ้ำยังไม่พอจะต้องง้อด้วย บานไม้ประตูห้องของตนถูกผลักออกพร้อมกับนัยเนตรคู่งามที่กวาดตามองไปรอบห้อง ชั้นหนังสือที่ถูกวางไว้อย่างเรียบร้อยแต่มีบางอย่างที่ผิดสังเกตคือหนังสือบางเล่มได้ถูกวางสลับตำแหน่งกัน โต๊ะเล็กหน้าโซฟาก็กลับมีช่อดอกไม้ที่แสนจะคุ้นตา ม่านของหน้าต่างที่ควรจะถูกเปิดออกอย่างทุกวันก็กลับปิดเสียมิดชิดจนมิอาจมีแสงเล็ดลอดเข้ามา ทุกสิ่งในห้องที่เขากำลังมองเห็นได้อยู่นี่ก็มาจากโคมไฟหัวเตียงเพียงอันเดียวเท่านั้น สายตาที่ทอดมองไปเรื่อยๆก็สะดุดเข้ากับร่างสูงโปร่งผู้มีเกศาสีแดงเพลิงกาฬนอนอยู่บนเตียงคิงไซส์ของเขาอย่างถือดี นอนเล่นน่ะไม่เท่าไร.. แต่นอนหลับไปเลยเนี่ยสิ มันน่านัก!
“อืม..~” เสียงครางทุ้มต่ำดังขึ้นมาเบาๆ ไม่ต้องเดาหรือสอบสวนอะไรให้ยุ่งยากก็ดูออกได้ทันทีเลยว่าเป็นการละเมอ
จีอ็อตโต้ลอบยิ้มน้อยๆกับท่าทีแสนจะน่ารักของคนตรงหน้าพลางเดินเข้าไปใกล้หวังจะมองใบหน้าคมคายของคนรักยามหลับได้ชัดขึ้น
!!!
พลันจู่ๆความรู้สึกแปลกประหลาดก็แล่นเข้ามา ความขมขื่นทรมานก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่าตระหนกร่างบางจึงจำต้องทรุดลงไปกับพื้น น่าแปลกใจที่อุณหภูมิของห้องก็เพิ่มขึ้นสูงจนต้องหายใจหอบถี่รัว ดวงหน้าหวานเฉกเช่นอิสตรีรูปงามถูกแต่งแต้มด้วยสีชมพูอ่อนโดยที่เจ้าตัวไม่ทราบสาเหตุ อัญมณีสียามดวงตะวันลับเส้นขอบฟ้าคู่งามเหม่อมองไปภาพเบื้องหน้าที่เริ่มจะพร่ามัว แต่ร่างสูงที่นอนอยู่กลับมองเห็นได้ชัดกว่าอย่างอื่น … ร้อน.. ทรมาน.. อ.. อึดอัดไปหมด….
หรือว่าในช๊อกโกแล็ตนั่น…
“.. ค โคซาร์ท” ร่างเล็กพยายามใช้สติที่มีพยุงตัวเองขึ้นไปบนเตียง มือบางสัมผัสกับแผ่นหลังแกร่งอย่างโหยหาราวกับต้องมนต์สะกด เสียงหวานพร่ำเรียกร้องจนในที่สุดคนที่ถูกเรียกก็พลิกตัวหันกลับมาปรือตามองแบบง่วงนอน
“หืม เป็นอะไร?” ถามออกไปคล้ายกับจงใจแกล้งหรือไม่ก็จีอ็อตโต้คงจะคิดไปเอง ร่างสูงทำหน้าซื่อก่อนที่จะหาววอดใหญ่เนตรสีรูบี้มองคนตรงหน้าผ่านๆแล้วหาวซ้ำอีกครั้งหนึ่งเชิงจะบอกว่าไม่ได้สนใจอะไรเลย
“ช่วย.. ช่วยทีสิ” ได้ยินเช่นนั้นถึงกับเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความฉงนใจ โคซาร์ทมองใบหน้าหวานที่กำลังขึ้นสีแดงซ่านบ่งบอกถึงความต้องการอย่างไม่ปกปิดซึ่งก็เรียกรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ให้ปรากฏขึ้นที่มุมปาก
“จะให้ช่วงอย่างไรล่ะ ในเมื่อตอนนี้ข้าไม่ได้รู้สึกอะไร” กดเสียงเน้นยำบางคำของประโยค ผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่าในตอนนี้ยักไหล่เล็กน้อยเป็นนัยบอกถึงอารมณ์ความรู้สึกของตนในตอนนี้พร้อมกับพลิกตัวหันกลับไปอีกทาง พอร่างบางเห็นท่าที่ของคนตรงหน้าแล้วก็ถึงกับต้องกัดฟันกรอด ทว่ายิ่งเวลาผันพ่านไปนานเพียงใดแรงปรารถนาที่ครุกครุ่นอยู่ภายในก็ยิ่งเพิ่มขึ้นมาขึ้นเรื่อยๆจนแทบจะกลั้นเสียงครางอันน่ารังเกียจไว้ไม่อยู่
“.. ได้โปรด.. ฮื่อ” กลีบปากเรียวสวยเผยอออกเล็กน้อยเพื่อให้เสียงใสได้อ้อนวอนขอร้อง มือเล็กจิกลงกับผ้าปูที่นอนแน่นเพื่อระบายกิเลศตัณหาซึ่งยังคงคั่งค้างอยู่ แต่มันก็ได้ผลเพียงเล็กน้อย ยิ่งนานเท่าใดมันก็ยิ่งแสดงออกมาเห็นได้ชัดจนน่าเขินอาย เจ้าของเรือนผมสีทองฟูฟ่องหายใจไม่สม่ำเสมอเพราะคงไม่อาจจะทนได้อีกต่อไป ร่างบางจัดการดันตัวคนคุมเกมส์ให้นอนลงโดยที่มีตัวเขาตามขึ้นคร่อมในไม่ช้า ริมฝีปากสีชมพูอ่อนได้รูปโน้มลงทาบทับมอบจุมพิตให้กับร่างเบื้องใต้อย่างรวดเร็ว ผู้ที่ถูกรุกก่อนนั้นถึงแม้นว่าจะแอบตกใจไปบ้างทว่ากลับยังคงแย้มยิ้มอยู่ภายใน คนตัวเล็กเบียดเสียดกายเข้าหาร่างสูงอย่างไม่อายอะไร หากแต่ว่านี่ไม่ใช่กากระทำที่สมองสั่งการ ในเมื่อแรงราคะได้พรากสติของร่างอรชรไปจนหมดสิ้น รสจุมพิตต่างปรนเปรอให้กันและกัน ลิ้นเล็กเป็นฝ่ายล้ำเข้าไปในโพรงปากสูงก่อนที่จะสอดแขนข้างหนึ่งเข้าไปคล้องคอเพื่อรั้งให้แนบชิดกันมากกว่าเดิม รสจูบอันเนิ่นนานเร่าร้อนเปี่ยมล้นด้วยความต้องการกำลังถูกทอดให้ ขุนพลทั้งสองบนกระดานต่างไม่ยอมแพ้ต่อกันผลัดกันรุกและลองเชิงทั้งคู่ มือสากอันซุกซนก็ได้เริ่มสอดเข้าใต้เสื้อของคนที่อยู่บนตนเองเช่นเดียวกับที่มือบางที่กำลังไล้ไปตามใบหน้าคมคาย เจตนารมณ์คือการยั่วยวนอย่างไม่ต้องสงสัย ร่างสองร่างได้เพิ่มอุณหภูมิของห้องขึ้นแต่ต่างฝ่ายต่างหาได้ใส่ใจ สิ่งที่ต้องการจะรับรู้ในตอนนี้มีเพียงแค่ว่า
ได้ลุ่มหลงในสเน่ห์หาของกันและกันก็เพียงพอ
“อืออ..อะ..โคซาร์ท!? “ ผละออกจากจุมพิตอย่างเสียดายเมื่อมิอาจจะกลั้นเสียงครางหวานของตนไว้ได้ ร่างอรชรถูกพลิกกลับลงไปกับเตียงไม่นานนักโคซาร์ทก็กลับมาเป็นฝ่ายขึ้นคร่อมแทน เน็กไทสีดำทมิฬของจีอ็อตโต้ถูกเรียกขึ้นไปใช้มัดข้อมือเล็กไว้กับหัวเตียง ไม่เปิดโอกาสให้ได้สงสัยหรือเรียกร้องให้ปล่อยถึงแม้ว่าร่างตรงหน้าจะเรียกชื่อเขาก็ตาม เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวน้อยก็โดนจับกระชากออกอย่างไม่ไยดีคิดเสียว่ามันคือสิ่งที่กำลังขวางทางอยู่ก็เท่านั้น เผยให้เห็นถึงแผ่นอกอันบอบบางปราศจากการถูกสัมผัสมาเป็นเวลานานและหนึ่งเดียวที่จะได้ครอบครองร่างกายนี้คือเขา… เขาเท่านั้น
“…ท..ทำไมถึง” ถามเสียงเบาเพื่อที่จะไม่ให้เสียงบางอย่างของตนมันเล็ดลอดออกมาปนเปด้วย นัยเนตรคู่งามสบตานัยเนตรคมกริบสีทับทิมของอีกฝ่ายอย่างมีคำถาม
“ก็ข้าชอบแบบนี้”สั้น เรียบง่าย ไม่ยุ่งยาก และได้ใจความที่ชัดแจ้งจนดวงหน้าสวยถึงกับต้องขึ้นสีระเรื่อในสิ่งที่คนตรงหน้าเขาประสงค์ เนตรสีกุหลาบแดงสดปรายตาไล่มองเรือนร่างของชายหนุ่มผู้เป็นคนกุมหัวใจตั้งเกศาสีอำพันฟูฟ่อง อัญมณีสีทองคำเรืองรองอันเลอค่าช่างชวนให้สบเผชิญ ดวงหน้างามงดแบบที่อิสตรีพึ่งมีทว่าเจ้าตัวกลับไม่ใช่ ผิวพรรณเนียนนุ่มขาวนวลบริสุทธิ์น่าสัมผัสและจับต้อง หากว่ามีใครจักไขว่คว้าแย่งชิงส่วนหนึ่งของชีวิตเขาไป...คนผู้นั้นช่างใฝ่สูงยิ่งนัก
“.. เร็ว…เร็วสิ”
“ต้องการมากขนาดนั้นเลย?” เพียงแค่ปล่อยวางร่างเล็กแลดูน่าถนุถนอมไว้ชั่วขณะ ถึงกับต้องเอ่ยปากอ้อนวอนประดุจดั่งลูกแมวตัวน้อยกำลังเข้ามาคลอเคลียแทบเท้าของนายเหนือหัว หวังสิ่งใดจักต้องฝักใฝ่คว้ามาให้ได้โดยไม่สนว่าจะต้องทำอะไรก็ตาม เสียงหวานใสพร่ำเรียกร้องวอนขอซ้ำแล้วซ้ำเล่าพร้อมกับร่างบอบบางบิดเร้าอย่างทรมาน ยิ่งพูดเหมือนยิ่งยุ โคซาร์ทแสร้งทำใจเย็น โน้มใบหน้าคมคายของตนลงไปจูบลงกับแก้มเนียนใสเบาๆแล้วไล่ต่ำมาเรื่อยจนถึงซอกคอขาวระหงส์แน่นอนว่าไม่ลืมที่จะเล่นซนกับใบหูที่เป็นจุดสำคัญในการกระตุ้นเสียงครางให้ดังยิ่งขึ้น ทุกคราที่ลิ้นร้อนลากผ่านจะต้องตีตราความเป็นเจ้าของถูกสร้างไว้ทั่วซอกคอขาวระหงส์น่าหลงใหล ขบเม้มไปเรื่อยอย่างนึกสนุกจนกลายเป็นสีโลหิตช้ำ ร่างงามไหวตัวเล็กน้อยพร้อมกับช่วงล่างที่แนบเข้าหาแบบไม่ได้ตั้งใจ เม็ดขนมหวานสีสวยถูกหยอกล้อด้วยนิ้วซ้ำแล้วซ้ำเล่าก่อนที่จะถูกครอบครองด้วยริมฝีปาก มือข้างหนึ่งที่ว่างอยู่ค่อยเลื่อนไปปลดอาภรณ์ที่เป็นปราการสุดท้ายออกโดยไม่เร่งรีบ เสื้อผ้าชิ้นสุดท้ายหลุดไปพร้อมกับความปรารถนาที่แสดงออกจนเห็นได้ชัด จีอ็อตโต้รีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นในทันทีเนื่องด้วยความเขินอายทว่าโคซาร์ทกลับยกยิ้มมุมปากอย่างพึ่งพอใจ ทุกการกระทำกลับดำเนินไปอย่างเชื่องช้า จนคนเบื้องใต้ต้องส่งเสียงไม่พอใจในลำคอ
การกลั่นแกล้งมันสนุกแบบนี้เองสินะ
“.. ฮื่ออ.. โคซาร์ท .. นั่นล่ะ” ครางกระเส่าไม่อายใครเมื่อร่างสูงจัดการครองแก่นกายที่กำลังแข็งขืนด้วยแรงอารมณ์ ภายในหัวสมองขาวโพลนไปหมด มีเพียงสิ่งเดียวที่กำลังชักนำควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างทั้งความนึกคิดและร่างกายก็คือแรงราคะที่พึงมี ข้อมือบางที่ถูกพันธนาการไว้กระตุกบ่อยครั้งจนผิวกายรอบๆเปลี่ยนสีเป็นแดงช้ำ ดิ้นรนหนักขึ้นเพียงใดก็รังแต่จะทำให้ถูกตราตรึงไว้แน่นหนากว่าเดิม การที่เขาพยายามจะหลุดออกจากสิ่งที่กำลังมัดเขาไว้ไม่ใช่ว่าจะต้องการหนี
แต่กลับเป็นการเอาแต่ใจตัวเอง อยากจะใช้สองมือนี้กดหัวของผู้มีเกศาสีแดงทับทิมให้เข้าไปลึกกว่านี้ อยากจะใช้สองมือนี้บังคับให้คนตรงหน้าปรนนิบัติเขาทุกอย่าง สนองทุกสิ่งที่ต้องการ บังคับให้มอบสัมผัสที่เพิ่มความพอใจและความสุขสมให้มากกว่านี้ ….
“ อ้ะ..!! “ พลั้งเผลอปล่อยให้เสียงครางใสเล็ดลอดออกมาหนักขึ้น ด้วยว่านิ้วเรียวที่รุกล้ำเข้ามาในช่องทางอ่อนนุ่มด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว ขยับหมุนวนอยู่ภายในอย่างแช่มช้าก่อนที่จะเพิ่มขึ้นจากหนึ่งเป็นสอง และสามตามลำดับ ไม่ว่าจะกดย้ำไปที่จุดหรือการขยับเพียงเล็กน้อยก็สามารถทำให้เสียงที่เขาต้องการได้ยินนั้นดังออกมาบ่อยคราและดั้งขึ้นทุกครั้ง สัมผัสที่จู่ๆก็เร่งจังหวะขึ้นอย่างรวดเร็วจนอารมณ์ทีปะทุอยู่นั้นทวีคูณเป็นเท่าตัว ร่างอรชรครางระงมไปทั่วห้องกับความอิ่มเอิบที่ได้รับ ยิ่งเห็นก็ยิ่งได้ใจ นิ้วที่อยู่เบื้องล่างขยับเข้าออกหนักหน่วงและรวดเร็วยิ่งขึ้นตามสมพรของผู้ตกอยู่ใต้การควบคุมของเขา
“อะ.. อ้า!!” ถึงคราสิ้นสุด น้ำสีขาวขุ่นได้เปรอะเปื้อนหน้าท้องเนียน ลงไปตามต้นขาขาวและช่องทางเล็กน้อย รวมไปถึงบางส่วนของใบหน้าหวานด้วย ใบหน้าคมคายคลี่ยิ้มมีเลศนัยก่อนที่จะปาดน้ำผึ้งแสนอร่อยขึ้นมาชิมอย่างไม่รังเกียจ ซ้ำยังไม่พอ นิ้วเรียวที่เต็มไปด้วยของเหลวเมื่อครู่ถูกนำมาจ่อที่กลีบปากสวยได้รูป แม้นว่าจะปราศจากคำพูดหรือคำสั่งการร่างบางก็ทราบดีว่าจะต้องทำเช่นไร ริมฝีปากเรียวสวยสีชมพูระเรื่อเผยอออกน้อยๆ ลิ้นร้อนโลมเลียรับเอาสิ่งที่จงใจต้องการให้กลืนลงไปจนหมดสิ้น .. เชื่องเยี่ยงนกน้อยในกำมือ
“นี่…. โคซาร์ท.. “ ผละออกจากนิ้วของอีกฝ่ายพลางช้อนตาขึ้นมองใบหน้าคมคายอันเหล่อเหลานั่นอย่างแฝงความนัย
“หืม.. อะไร?” เพราะถูกจ้องมองเช่นนั้นจึงถามกลับไปด้วยความสงสัย อัญมณีสีสวยที่กำลังปรือมองช่างดูยั่วยวนเสียกระไรแม้ว่าเจ้าตัวจะไม่รู้เลยก็ตามที
“ แก้มัดที.. นะ”
“ทำไมล่ะ?” มือหนาเชยคางมนขึ้นพลางแย้มยิ้มเจ้าเล่ห์ เป็นสิ่งที่หาดูได้ยาก …การที่ร่างเล็กจะมาวอนขอเขา เรียกร้องชื่ออย่างโหยหา เพราะส่วนมากแล้วคนตรงหน้าที่มักจะนิ่งเงียบ อยู่ตามสาธารณะชนก็ไม่คอยพูดไม่ค่อยจา ใจเย็นในทุกสถานการณ์หรือกระทั่งยามที่เข้าตาจน เพราะฉะนั้นการที่ทำให้จีอ็อตโต้แสดงความรู้สึกและอารมณ์ทางสีหน้าจึงเป็นเรื่องที่สนุก.. และน่าสนใจเป็นพิเศษสำหรับบอสแห่งชิม่อนแฟมิลี่
“.. กอด.. เจ้าไม่ได้” เอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา นัยน์ตาสีเบญจมาศงามงดหลุบลงต่ำ ท่าทีที่เห็นนั้นทำให้โคซาร์ทถึงกับกลั้นความรู้สึกดีใจไว้ไม่อยู่จนแสดงออกมาในรูปแบบของรอยยิ้มอ่อนโยน มือหนาเลื่อนขึ้นไปแก้พันธนาการสีดำสนิทออกให้แล้วโยนมันทิ้งไปก่อนที่จะโน้มตัวลงไปหอมแก้มนวลฟอดใหญ่ แขนเล็กเคลื่อนไปสวมกอดร่างสูงในทันทีพลางซุกหน้าเข้าหาแผงอกแกร่ง ดวงหน้าหวานแหงนมองขึ้นเผชิญกับนัยน์เนตรสีทับทิมแลชวนน่าค้นหาอีกครั้ง พร้อมกับเอื้อนเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบาราวกระซิบ
“ค้างอยู่ไม่ใช่รึ?”
“อยากให้ข้าต่อก็บอกมาเถอะ..” ส่งเสียงหัวเราะในลำคอ ร่างสูงช้อนตัวคนที่บอบบางกว่าให้มานั่งคร่อมตัวเอง จงใจเบียดเสียดส่วนที่นูนออกมาใต้ร่มผ้าเข้าหากับส่วนโค้งเว้ามนจนดวงหน้าสวยเฉกเช่นสตรีต้องกลับมาแต่งแต้มด้วยสีชมพูระเรื่ออีกครั้ง มือหนาเค้นคลึงสะโพกบางเพื่อกระตุ้นอารมณ์ที่จางหายไปให้เริ่มก่อตัวขึ้น ร่างอรชรยกเอวตนเองขึ้นอย่างรู้งานก่อนที่จะค่อยๆกดลง
“อ๊า!! ฮะ..!” ทว่ากลับมีบางอย่างผิดไปจากการคาดการณ์ เมื่อจู่ๆโคซาร์ทก็จับสะโพกมนกดลงไปจนสุด ร่างบางถึงกับนิ่งไปชั่วขณะเพราะความเจ็บปวดที่แล่นเข้ามา เจ้าคนขี้แกล้งกอดร่างเล็กไว้แนบอกพร้อมมอบจุมพิตอ่อนโยนลงบนหน้าผากราวกับจะปลอบประโลมใจก่อนที่จะเลื่อนลงไปประกบจูบ ลิ้นร้อนเกี่ยวตวัดกันอย่างไม่ยอมแพ้พลางที่ช่วงล่างเริ่มขยับอีกครั้ง
“… ช่วยขยับหน่อยสิหืมม~”
“.. อ๊า! ม .. ไม่ต้องมาสั่งน่า..! ฮื่ออ!! “ ผละออกจากจูบพร้อมกับปล่อยวาจาอาจหาญอวดดีเล็ดลอดออกปนเปไปกับเสียงครางใสที่ยังคงดังเป็นจังหวะเดี๋ยวกับบทที่ตนเล่น ถึงแม้ว่าจะตอบไปเช่นนั้นแต่แลดูร่างกายจะซื่อสัตย์เสียเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นสัมผัสเพียงเล็กน้อยหรือการที่แกล้งอีกฝ่ายโดยการกอบกุมแก่นกายร่างเล็กด้วยมือก่อนที่จะรูดขึ้นลงเพื่อเติมเต็มความต้องการ หรือกระทั่งจะกดส่วนปลายบ้างเพื่อหยอกล้อก็สามารถปลุกเร้าแรงราคะได้เป็นอย่างดี ยิ่งถูกปรนเปรอมากเพียงใดก็ยิ่งพร้อมที่จะทอดกายมอบให้ทุกอย่างที่ร่างสูงต้องการจากตนโดยไม่มีความลังเล
“อย่าลืมสิว่าข้ายังงอนเจ้าอยู่…ขานเรียกข้าสิ .. โหยหาข้าสิ… ” ผลักให้ร่างบอบบางนั้นลงนอนโดยมีตัวเองขึ้นทาบทับอย่างรวดเร็ว ผู้ถือไผ่เหนือกว่าในเกมส์กระแทกกายกระชั้นถี่ขึ้นเรื่อยๆ โน้มใบหน้าคมคายนั่นเข้าใกล้ใบหูแล้วเพรียกกระซิบด้วยเสียงแผ่วเบา ลิ้นเปียกโลมเลียไปทั่วใบหูเพื่อสร้างความเสียวกระสันให้มากยิ่งขึ้น คนเบื้องหน้าดั่งปีศาจร้ายที่กักนางฟ้าตัวน้อยไว้ใต้คุมขังของตน ไม่ริบังอาจปล่อยให้หนีรอดไปไหนได้.. โซ่ตรวนแห่งกาลเวลาตราตรึงไว้นานเท่านาน หยอกล้อเล่นสนุกทุกอย่างกับทูตจากสวรรค์ผู้น่าสงสารไม่เว้นแต่ละวัน
จนกาลเวลาผ่านไป นางฟ้าองค์นั้นก็เริ่มตอบสนอง
“โคซาร์ท..!! ได้โปรด..! .. จะไป..!! ฮะ .. อ๊า!!” ปลดปล่อยน้ำสีขาวขุ่นออกมาอีกคราพร้อมกับเสียงหายใจหอบถี่รัวที่ดังขึ้นเพราะความเหนื่อยล้า จีอ็อตโต้เหม่อมองชายหนุ่มผู้เป็นที่รักคนตรงหน้าอย่างเหม่อลอยเนื่องด้วยไร้ซึ่งเรี่ยวแรงกระทั่งจะขยับตัว ดวงหน้าติดหวานยังคงสีระเรื่ออยู่ไม่จางหายมองแล้วแลดูน่ารักน่าเอ็นดูเหลือเกิน อยากจะเก็บรักษาไว้เพียงแต่ผู้เดียว…
“ใจร้ายจริงนะ….อย่างน้อยเจ้าก็น่าจะรอกันบ้าง” ครางเสียงทุ้มต่ำอย่างพึงพอใจก่อนที่จะปลดปล่อยตามจนเอ่อล้นออกมาจากช่องทางอ่อนนุ่มสีสวยนั้น โคซาร์ทเกลี่ยแพรไหมสีทองสว่างสวยดั่งอัญมณีอันเลอค่าที่บดบังดวงหน้าหวานอยู่ออก นัยน์ตาประสานซึ่งกันและกันพร้อมกับจุมพิตที่มอบให้อีกครั้งหนึ่ง เนิ่นนาน.. อ่อนโยน….. สร้างบรรยากาศแปลกๆรอบตัวทั้งคู่ที่เป็นสีชมพู…
“เตียงเราเลอะไปหมดแล้ว… เจ้ารับผิดชอบด้วย”
“ทำไมข้าต้องรับผิดชอบในเมื่อมันไม่ใช่ของข้าคนเดียวนี่?” ใบหน้าของสิงโตตัวน้อยพลันขึ้นสีแดงซ่าน ก่อนที่จะรีบหันหนีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น …อยากจะสรรหาเหตุผลร้อยพันแปดที่ดูดีกว่านี้มาแก้หน้า .ถึงกระนั้นแล้วเขาก็เถียงไม่ออกอยู่ดี… ในเมื่อโคซาร์ทเอ่ยความจริง
“.. เอาออกไปได้แล้วน่า” กล่าวด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก นัยเนตรคู่งามยังคงไม่กล้าหันมาสบตาตรงๆ โคซาร์ทหัวเราะชอบใจกับการแสดงออก แต่สำหรับเสือโคร่งเจ้าเล่ห์อย่างเขาแล้ว ใครมันจะไปยอมทำตามง่ายๆกัน
“ทำไมข้าต้องเอาออกไปด้วยล่ะ มันอุ่นดีนี่นา”
.
.
.
.
.
พ พูดอะไรออกมาน่ะอายปากบ้างไหม!!
“กล่าวบ้าอะไรของเจ้ากัน! ..” เสียงหวานแย้งกับข้ออ้างประหลาดๆที่ทำให้ใบหน้าของตนต้องขึ้นสีระเรื่อหนักกว่าเดิม ที่มันแลดูไร้เหตุผลสิ้นดี… อุ่น.. พ พูดบ้้าอะไรออกมา!! .. อุ่นอะไร!? .. โคซาร์ท..!! เจ้านี่มันน่านัก!
“แล้วไยเจ้าอยากให้ข้าเอาออกไปล่ะ? .. เอ รังเกียจกันงั้นหรือ?” โคซาร์ทแสร้งทำเป็นตีสีหน้าเศร้าสร้อย จีอ็อตโต้จึงต้องรีบส่ายหน้ารัวเพราะเกรงกลัวว่ามันจะจบลงอีหรอบเดิมกับคราวก่อนหน้า
“.. แค่.. แค่..”
“แค่อะไร?”
“อึดอัด.. ก ก็เท่านั้น” สิ้นเสียงสุนทร ร่างอรชรก็แทบอยากจะแหวกแผ่นดินแล้วขุดหนีไปให้ลับตา ดวงหน้าสวยซุกลงกับหมอนอย่างอับอาย ร่างสูงโปร่งได้ยินดังนั้นก็ถึงกับกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่ก่อนที่จะทำตามแต่โดยดี
เพราะแบบนี้เจ้าจึงน่ารัก
เพราะแบบนี้ข้าถึงมีแค่เจ้าในสายตา
เพราะแบบนี้เจ้าถึงน่ากลั่นแกล้ง
เพราะแบบนี้หัวใจข้าถึงยอมมอบให้เจ้า
และจักเป็นแบบนี้ตลอดไป
ตราบชั่วนิรันดิ์กาล
“จีอ็อตโต้.. “
“หืม..? อะไรรึ? “ ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อน จีอ็อตโต้ทำตาปรือใส่ฉายแววง่วงงัน พร้อมยังหาวน้อยๆเยี่ยงราชสีห์ขี้เซา แขนแกร่งสวมกอดร่างน่าถนุถนอมไว้เหมือนไม่อยากจะจากไปไหน สูดเอากลิ่นหอมจากร่างของบุรุษเพศที่คับคล้ายอิสตรีจนเคลิบเคลิ้ม เว้นช่วงระยะเวลาไว้ครู่หนึ่งแล้วเอ่ยต่อด้วยเสียงนุ่มนวล
“ไปอาบน้ำกัน~”
“เราลุกไม่ไหวแล้วนะ….ไม่มีแรงจะขยับด้วย” หาข้ออ้างสุดชีวิตเพราะรู้ในทันทีว่าทุกครั้งหลังกิจกรรมออกกำลังกายบนเตียง[?]เช่นนี้แล้ว โคซาร์ทก็มักจะลากเขาเข้าไปในห้องน้ำต่อโดยหาเหตุผลว่าอยากอาบน้ำ ..
แต่ได้ข่าวว่าเรื่องที่อยู่ในหัวของเจ้ามันไม่เกี่ยวกันเลย!
“เดี๋ยวข้าอุ้มเจ้าไปก็ได้ อาบน้ำให้ด้วยนะ”
“.. ไม่ ..ไม่เอา.. เราง่วง” รีบข่มตาหลับเพื่อความสมจริงพร้อมกับดัดเสียงกรนประกอบฉากเพื่อความน่าเชื่อถือ แต่สำหรับร่างสูงแล้วมันก็เป็นแค่วิธีการเด็กเล่นที่ทำให้คนตัวเล็กนี่ช่างน่ารักน่าชังมากขึ้นก็เท่านั้นเอง
“ถ้าไปด้วยข้าจะไม่เอาความผิดเจ้าที่ทำให้โกรธในวันนี้”
“.. จ จริงนะ?” หันกลับมาในบัดดลเหมือนเด็กน้อยที่ถูกเอาขนมมาล่อลวง แววตาที่แฝงอยู่ในอัญมณีสีทองคำสวยนั่นเป็นประกายแวววับจนน่าขัน หากเพียงแค่คิดว่าคนที่กำลังทำเช่นนี้อยู่คือบอสแห่งวองโกเล่
“จริงสิ ข้าสัญญา” ว่าพลางจับร่างเพรียวอุ้มขึ้นในท่าเจ้าสาว ขายาวเดินสาวเข้าห้องน้ำอย่างไม่รีรอพลางยิ้มเยาะอย่างมีเลศนัยโดยที่คนตัวเล็กไม่ได้สังเกตเห็นเลย น้ำในอ่างถูกเตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่มีผู้ใดทราบได้ทว่ายังคงไว้อยู่ในอุณหภูมิที่พอเหมาะ โคซาร์ทนั้นลงไปก่อนก็ที่จะตามด้วยให้จีอ็อตโต้นั่งอยู่บนตักตัวเองโดยหันหน้าเข้าหา มือหนาคว้าสบู่ขึ้นมาใช้ขัดสีฉวีวรรณให้ตามผิวกายเนียนนุ่มดุจปุยเมฆ
“นี่.. จีอ็อตโต้” ถามพลางขณะที่มือยังคงทำหน้าที่ให้อยู่ คนฟังเลิกคิ้วเรียวขึ้นน้อยๆด้วยความฉงนใจ
“ข้ารักเจ้ามากนะ.. รักมากที่สุดในโลกด้วย~ ” ถ้อยคำหวานเลี่ยนถูกเค้นออกมาโดยคนเอ่ยก็เจ้าประจำ ยังไม่วายฉกหอมแก้มฟอดใหญ่ไปอีกต่างหาก
“.. ร เราเองก็เช่นกัน.. “ พลันริมฝีปากก็เคลื่อนเข้าหาแนบชิดสนิท ต่างฝ่ายต่างประคองใบหน้าซึ่งกันและกัน มือหนาที่ถือสบู่อยู่ก็วางมันลงแล้วเลื่อนมาไล้ไปตามดวงหน้าสวยลงไปถึงลำคอซึ่งมีรอยสีกุหลาบช้ำฝีมือเขามาตีตราความเป็นเจ้าของ ไปเรื่อยถึงหัวไหล่มนอันบอบบาง ร่างเล็กเห็นดังนั้นแล้วจึงสวมกอดอีกฝ่ายไว้โดยจงใจค่อยๆเลื่อนกอดลงไปที่เอว เจตนาคือการเย้ายวนและลองเชิงหัวใจอีกคนอย่างโจ่งแจ้ง
“.. สิงโตตัวน้อยของข้า.. ” ผละออกจากรสจุมพิตอันหอมหวาน ดวงตาสีทับทิมสว่างจ้องมองไปยังใบหน้าของคนรัก รอยยิ้มอ่อนโยนประดับอยู่บนใบหน้าคมคายซึ่งก็ไม่ต้องถามถึงเหตุผลว่าไยเขาจึงยิ้ม
“.. อะไรหรือ?” โปรยยิ้มหวานตอบกลับไป ไม่ต้องสรรหาคำพูดใดๆมาเอื้อนเอ่ย เพียงแค่การกระทำและความรู้สึกที่มอบให้กันก็แทนคำพูดได้นับล้านพันที่ว่าเขารักคนตรงหน้ามากแค่ไหน
“เริ่มรอบใหม่กันได้รึยัง?”
ยังไงเสีย ข้าก็ขอบคุณเจ้ามากนะ อเลาดิ… ที่เอาช็อกโกแล็ตกล่องนั้นไปให้จีอ็อตโต้น่ะ..
ช็อกโกแล็ตที่ทำโดยฝีมือของข้าเอง..
---------------------------------------------------------------------------------------------------
ฮ่าๆๆ ;w; มันมาแ้ล้ววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววว
... -// มองนาฬิกา
ไม่ทันวาเลนไทน์ .. กรี้ดดดดดดดด TAT!! ถือว่าย้อนหลังแล้วกันนะ เค้าขอโทษ !!
ไม่ทัน.. นิดนึง จริงๆๆ.... TWT;; -/ ชี้ัวันที่ลง
ตอนแรกก็ยังงงๆกับเรทติ้งอยู่ ไม่รู้จะจัดเท่าไรดี เอา21 ไปเลยแล้วกัน ฮ่าาา นี่ไม่รู้ว่าถึงรึเปล่านะเนี่ย ;w;"
ฟิคนี้เป็นอะไรที่ไม่คิดว่าจะแต่งออกมาได้ ฮ่า
ตอนแรกกะว่าจะมาหวานเลี่ยนมดขึ้น
แต่ไหงนานๆเข้ามันกลายเป็นเลือดสาดเต็มจอก็ไม่รู้[?]
วาเลนไทน์นี้ขอให้มีความสุขกันถ้วนหน้านะคะ!!
จขบรักทุกคนเลย!! >A< ม มั้วะะะ
พักนี้จขบอาจจะหายๆไปบ้าง [ปกติแกก็หายไปหายมาอยู่แล้วนี่]
เพราะิติดสอบปลายภาคค่ะ ขอโทษจริงๆ (. .)
ปล.รักลูกน้า มะ มุ๊ฟๆ
ปล2. รักปะป๊า และครอบครัว
ปล3. รักสหาย Quixotic ทุกคน :]
ปล4. ทุกคนในยูด้วยล่ะ XD
ปล5. รักคนเม้นท์เกลียดนักอ่านเงา
ウネ









เลือดสาดอย่างรุนแรง .. วันนี้เรียนไม่รู้เรื่องเป็นแน่แท้
สุดท้ายก็ออกมาเป็นโคซจีโอจริง ๆ ด้วย
แต่เราแอบเคืองนิดหน่อยว่าทำไมถึงหายไปเป็นเดือนแบบนั้น .. ทีเมล์ยูล่ะออนได้ทุกวัน จับทำโทษเสียเลยได้ไหมเนี่ย .. หึหึึ .. (โหมดเดม่อนเริ่มสิงร่าง ?)
อ่า .. จริงสิ .. ขอบคุณมากสำหรับเรื่องเมื่อวานวันวาเลนไทน์ .. เรื่องเดม่อนคาเฟ่กับเราน่ะ ถ้าไม่ได้พี่ชายป่านนี้คงทะเลาะกันอยู่แน่เลย .. ?
สุขสันต์วันวาเลนไทน์ย้อนหลัง
เรารักพี่ชายนะ แม่สิงโตยั่วสวาทตัวน้อย ~ (กอดแน่น)
อย่าทำแบบนั้นอีกนะ เดี๋ยวจะหาว่าเราไม่เตือน ..
ปล. ต่อไปเป็นงานคานิวัลดีไหม .. พอดีว่าท่านประธานอเลาดิกับเลขานุการคนนี้ว่างกันเหลือเกิน ฮ่า ๆ
#1 By Gio.audi (125.27.8.31) on 2011-02-15 06:17